กายภาพบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ

โดย นาง กรรณิการ์ สีชมภู

Post : 04/06/2551 13:56      Last Update: 03/07/2551 13:19      Total View: 2398
 
     

กายภาพบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ

                                                                                                                                                กรรณิการ์  สีชมภู

นักกายภาพบำบัดเป็นบุคลากรทางการแพทย์อีกสาขาหนึ่งที่มีความสำคัญในการร่วมดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยจะทำหน้าที่ร่วมกับแพทย์ พยาบาลในการให้การดูแลรักษา การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้แก่ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ป่วยใช้เวลาในการนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลน้อยที่สุด รวมทั้งการดูแลผู้ป่วยในระยะยาวอย่างต่อเนื่องในการฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจในการกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยที่สุด

 

                1 บทบาทด้านการส่งเสริมป้องกัน (Promotion and Prevention)

                มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญ รวมทั้งประโยชน์ของการฝึกทำกายภาพบำบัดเพื่อป้องกัน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด โดยผู้ป่วยต้องให้ความสำคัญในการฝึกทำกายภาพบำบัด และเต็มใจที่จะร่วมมือกับนักกายภาพบำบัดอย่างเต็มที่

                โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยโรคหัวใจที่จะต้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่ในทีมฟื้นฟูผู้ป่วยจะทำหน้าที่ให้ความรู้ และสอนโปรแกรมต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด (Pre-operative program) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ คือ

                1 การให้คำแนะนำถึงพยาธิสภาพ และการผ่าตัดอย่างคร่าวๆ รวมทั้งสภาพของผู้ป่วยขณะอยู่ในห้อง CCU หรือ ICU

                2 การให้ผู้ป่วยฝึกหายใจอย่างถูกวิธี

                3 การฝึกไอที่ถูกต้อง

                4 แนะนำท่าบริหารร่างกายตามสภาวะของผู้ป่วยโดยเริ่มจากระดับเบาๆ และค่อยๆหนักขึ้น

                5 แนะนำท่าทางที่เหมาะสมหลังผ่าตัดรวมทั้งสอนการช่วยเหลือตนเองเบื้องต้น หลังจากการผ่าตัด  เช่น การพลิกตะแคง การลุกขึ้นนั่งจากที่นอน เป็นต้น

                2 บทบาทด้านการรักษา (Treatment)

                นักกายภาพบำบัดมีหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยหลังผ่าตัด โดยเพาะอย่างยิ่งปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เกิดการคั่งค้างของเสมหะในปอดหรือทางเดินหายใจ แนวทางในการรักษาทางกายภาพบำบัด มีดังนี้คือ

                1 การฝึกหายใจ

                2 การจัดท่าระบายเสมหะ

                3 การเคาะปอดและการสั่นปอด

                4 การกระตุ้นการไอ

                5 การบริหารเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของทรวงอกและลำตัว

                รวมทั้งการรักษาด้วยการออกกำลังกายเช่นกัน ซึ่งมีรายละเอียดและมีวิธีการแยกย่อยลงไปอีก นักกายภาพบำบัดที่ดีต้องสามารถตรวจร่างกายผู้ป่วยด้วยวิธีทางกายภาพบำบัดได้ เช่น การดู การคลำ การเคาะ การฟัง รวมถึงทราบข้อห้ามข้อควรระวัง ในการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย

                3 บทบาทด้านการฟื้นฟู (Rehabilitation)

                นักกายภาพบำบัดจะเข้าไปดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนผ่าตัด วันแรกหลังผ่าตัด และฟื้นฟูร่างกายจนผู้ป่วยกลับบ้าน โดยเน้นไปที่การกระตุ้นให้ผู้ป่วยเริ่มเดินเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการนอนนานๆ และเพื่อให้ผู้ป่วยใช้ระยะเวลาน้อยที่สุดในการพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยบทบาทของนักกายภาพบำบัดในด้านนี้จะมุ่งไปที่การให้คำแนะนำในการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

                ตัวอย่างระดับพลังงานในแต่ละกิจกรรมที่เลือกให้ผู้ป่วยปฏิบัติแต่ละกิจกรรมก็จะใช้พลังงานที่แตกต่างกัน ดังนี้คือ

                กิจกรรม                                                                MET(ระดับการใช้ออกซิเจนขณะพัก)

                ขณะพัก(นอนหงาย)                                          1.0

                นั่ง                                                                          1.2

                ยืนในท่าผ่อนคลาย                                             1.4

                การแต่งตัว                                                            2.3

                การเดิน 2.5 กม.ต่อชั่วโมง                  3.6

การอาบน้ำ                                                            4.2

การเดินลงบันได                                                 5.2

การเดิน 3.75 กม.ต่อชั่วโมง                               5.6

(Gordon EE. Energy costs o activities in health and disease. Arch Intern Med 1958; 101:702.)

ผู้ป่วยโรคหัวใจนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 Class ตามระดับความเหนื่อย ที่ผ่านมาได้มีผู้ศึกษาและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเหนื่อยของผู้ป่วยกับระดับพลังงานที่ใช้ดังนี้

                ระดับที่ 1               (Class 1)                สามารถทำงานได้มากกว่า 7              METs

                ระดับที่ 2               (Class 2)                สามารถทำงานได้มากกว่า 5-7          METs

                ระดับที่ 3               (Class 3)                สามารถทำงานได้มากกว่า 2-5          METs

                ระดับที่ 4               (Class 4)                สามารถทำงานได้มากกว่า 2              METs

(Goldman B. Hashimoto F Cook,and Localize A. Comparative Reproducibility and Validity of Systems for Assessing Cardiovascular Function Class;Advantages of a New Specific Scale :Circulation.64(6) ; pp.1228-9ม1981)

การแบ่งความรุนแรงของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตาม Cannadian Cardiac Society (CCS)

Class

ลักษณะ

1

2

3

4

 

มีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อเร่งรีบหรือทำงานหนัก ถ้าเดินหรือแค่ขึ้นบันไดไม่มีอาการ

มีอาการเจ็บหน้าอกเวลาเดินไกลหรือขึ้นบันไดมากกว่า 1 ขั้น ขึ้นภูเขาหรือทางลาด

มีอาการหลังตื่นนอนตอนเช้า หรือมีอาการเวลาเครียดหรือโกรธ

มีอาการเมื่อออกแรงเพียงเล็กน้อย เช่น ขึ้นบันไดแค่ 1 ขั้น

มีอาการบ่อยจนแทบจะทำกิจวัตรระจำวันไม่ได้ อาจมีอาการขณะนั่งพักเฉยๆ

การให้คำแนะนำผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจหลังผ่าตัด

                หลังผ่าตัดมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจค่อนข้างสูง ได้แก่ ปอดอักเสบ (pneumonia) ภาวะปอดแฟบ (atelectasis) ซึ่งเกิดเพราะการมีเสมหะคั่งค้างอยู่ใน bronchus แล้วไอไม่ออกปอดจึงแฟบ ถ้าปล่อยให้ภาวะปอดแฟบคงอยู่นานเกินไป โอกาสเกิดการติดเชื้อของเนื้อปอดและแขนงหลอดลมมีได้มาก เมื่อติดเชื้อการรักษาก็จะค่อนข้างยาก  ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ การป้องกันภาวะแทรกซ้อนเหล่านั้นที่อาจเกิดขึ้นได้ ได้แก่ การให้คำแนะนำผู้ป่วยถึงวิธีการฝึกหายใจและการไออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถลด pulmonary complication ได้จากร้อยละ 30 เหลืองเพียงร้อยละ 10 (สุมาลี เกียรติบุญศรี ใน Pre-operative Pulmonary Evaluation 2545:392)

                การนอนอยู่บนเตียงอย่างเดียวหลังผ่าตัด มีโอกาสเกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรง และมีอาการบวมที่ขาเกิดขึ้นได้ การให้คำแนะนำผู้ป่วยถึงการบริหารกล้ามเนื้อมือและเท้า เพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ จึงมีความจำเป็น ตลอดจนมีการเคลื่อนไหวของร่างกายและการลุกขึ้นเร็วหลังผ่าตัดก็ยิ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยเช่นกัน

                1 การฝึกหายใจ (Deep Breathing Exercise)

                การหายใจสามารถแบ่งตามการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจได้ 2 แบบ คือ การทำงานของกล้ามเนื้อกระบังลม(diaphragm) และกล้ามเนื้อผนังทรวงอก (intercostals muscle) ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจจะมีแผลผ่าตัดบริเวณหน้าอก การฝึกหายใจจะเน้นการใช้กล้ามเนื้อกระบังลมซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักในการหายใจเข้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวบริเวณแผลผ่าตัดและทำให้ปอดส่วนล่างได้มีการขยายตัวอย่างเต็มที่

                รูปแบบการฝึกการหายใจ สามารถฝึกได้ 5 วิธีดังนี้ คือ

1.1    การฝึกการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกะบังลม (Diaphragmatic Breathing Exercise)

วิธีปฏิบัติ

-อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญในการฝึก

-จัดท่าเริ่มจากท่านอนหงาย ศีรษะสูงประมาณ 30-40 องศา หนุนหมอนใต้เข่า

-วางมือทั้ง 2 ข้าง บนท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่

-สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ให้ท้องป่องออก และค้างไว้ประมาณ 2-4 วินาที

-มือจะยกขึ้นตามจังหวะการหายใจเข้า

-ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้าๆ มือที่วางไว้ที่ท้องจะลดลงตามมา

เมื่อชำนาญแล้ว ควรฝึกในท่านั่งและท่ายืนร่วมด้วย หลังผ่าตัดควรทำเช่นนี้บ่อยๆประมาณ 5-10 ครั้ง ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

1.2     การฝึกการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อผนังทรวงอก (Intercostal Breathing Exercise)

วิธีปฏิบัติ

-อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญในการฝึก

-จัดท่าเริ่มจากท่านอนหงาย ศีรษะสูงประมาณ 30-40 องศา หนุนหมอนใต้เข่า

-วางมือทั้ง 2 ข้าง บริเวณทรวงอกส่วนบนหรือส่วนล่างที่ต้องการฝึก

-สูดลมหายใจเข้าทางจมูกและค้างไว้ประมาณ 2-4 วินาทีและผ่อนลมออก(ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าดันผ่ามือที่วางอยู่และให้ชายโครงบานออก)

1.3     การฝึกการหายใจของกลีบปอดเฉพาะส่วน (Segmental Breathing Exercise)

วิธีปฏิบัติ

-อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญในการฝึก

-จัดท่าเริ่มจากท่านอนหงาย ศีรษะสูงประมาณ 30-40 องศา หนุนหมอนใต้เข่า วางมือทั้ง 2 ข้าง บริเวณทรวงอกที่ต้องการฝึก

-สูดลมหายใจเข้าทางจมูกและค้างไว้ประมาณ 2-4 วินาทีและผ่อนลมออก(ให้ผู้ป่วยหายใจเข้าดันผ่ามือที่วางอยู่และให้ชายโครงบานออก)

1.4  การฝึกการหายใจแบบ Pursed Lip

วิธีปฏิบัติ

-อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญในการฝึก

-จัดท่าทางให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายที่สุด

-สูดลมหายใจเข้าทางจมูก แล้วหายใจออกทางปาก โดยห่อปากเป่าลมออกช้าๆ

1.5 วิธีการฝึกการหายใจโดยใช้ Incentive spirometer

-อาจเป็นชนิดที่ทีลูกบอล 1 ลูก หรือชนิดมีลูกบอล 3 ลูก

-จำเป็นต้องฝึกฝนให้ทำได้แน่นอนก่อนผ่าตัด เพราะการสอนในระยะหลังผ่าตัดมักไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในระยะแรกฟื้นจากการผ่ามัก มักไม่สามารถร่วมมือได้ดีหรือไม่อยู่ในภาวะที่จะฝึกฝนได้ ก่อนที่จะใช้ต้องอธิบายเป้าหมายและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นให้ผู้ป่วยเข้าใจดีเสียก่อน และอธิบายเกี่ยวกับเครื่องมือ วิธีการใช้ให้เข้าใจ และขณะปฏิบัติผู้ป่วยต้องไม่หายใจตื้นและเร็วจนเกินไป

วิธีปฏิบัติ

-จัดท่าทางควรอยู่ในท่านั่งหรือไขหัวเตียงสูง  > 45 °

-หายใจเข้าออกลึกๆยาวๆ

-ใช้ปากอม mouth piece ของเครื่อง spirometer

-สูดลมหายใจเข้าเต็มที่ glottic ปิด

-ให้ลูกบอลใน spirometer ลอยสูงขึ้นและคงไว้ให้นานที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ประมาณ 5-10 วินาที หรืออย่างน้อย 3-5 วินาที แล้วค่อยๆผ่อนลง

-ทำติดต่อกัน 5-10 ครั้ง แล้วพัก ควรทำทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

-ให้เวลาหายใจเข้า ต่อ หายใจออก ประมาณ 1 : 2

2.การฝึกไอ (Cough Training)

วิธีปฏิบัติ

-จัดท่าทาง ควรอยู่ในท่านั่ง โน้มตัวลงมาข้างหน้าเล็กน้อย

-จิบน้ำดื่มเล็กน้อย

-ใช้มือข้างหนึ่งวางบริเวณหน้าท้อง มืออีกข้างหนึ่งประคองบริเวณแผลผ่าตัด หรือใช้หมอน หรือผ้าห่มประคองบริเวณแผลผ่าตัดก็ได้

-สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ตามการฝึกหายใจ

-กลั้นหายใจ พร้อมกับไอออกมา 1-2 ครั้ง แล้วบ้วนเสมหะ  อาจใช้มือที่วางบริเวณหน้าท้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการไอในกรณีที่ไอไม่ออก

                3. การบริหารมือและข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง (Hand and ankle exercise)

วิธีปฏิบัติ

                -กำและคลายมือสลับกัน

                -กระดกข้อขึ้นลง

                -หมุนข้อเท้าเป็นวง

                -ควรปฏิบัติ 5-10 ครั้ง ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

4. การเคลื่อนไหวร่างกายและการลุกนั่ง (Early Ambulation and Upright)

มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันผลเสียทั้งร่างกายและจิตใจที่เกิดจากการจำกัดกิจกรรมต่างๆบนเตียงและเป็นการเพิ่มการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ป่วยสามารถเริ่มทำกิจกรรมได้อย่างมั่นใจ ผู้ป่วยควรเริ่มกิจกรรมเบาๆ ได้ตั้งแต่หลังผ่าตัดเมื่อสัญญาณชีพดีอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และควรรับบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อดูการตอบสนองขณะเริ่ม ambulation

4.1 การพลิกตะแคงตัว

วิธีปฏิบัติ

ท่าเริ่มต้น

-ให้ผู้ป่วยนอนหงายราบ

-มือทั้งสองข้างประสานกันวางบนหน้าท้อง หรืออาจกอดหมอนไว้

-ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น พลิกตะแคงตัวไปด้านที่ต้องการโดยใช้เท้าและมือดันที่นอนเพื่อยกลำตัวไปแล้วใช้มือจับขอบเตียงในทิศทางที่ต้องการพลิกตัวไป ขณะที่อีกมือหนึ่งประคองแผลผ่าตัดเอาไว้

4.2 การลุกขึ้นนั่ง

ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ ควรจะลุกขึ้นนั่งแบบพลิกตะแคงตัวก่อนแล้วจึงลุกขึ้นนั่ง

วิธีปฏิบัติ

- ให้ผู้ป่วยนอนตะแคงตัวไปด้านที่ต้องการจะลุกขึ้นนั่ง โดยปรับเตียงราบหรือไขเตียงให้สูงขึ้นก็ได้

- งอเข่าและสะโพกทั้ง 2 ข้าง แล้วหย่อนขาลงข้างเตียง จากนั้นใช้แขนทั้งสองข้างยันตัวลุกขึ้นนั่ง

                การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ

ปัจจุบันการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจได้พัฒนาและก้าวหน้าไปมาก  ทั้งทางด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษาด้วยยา การผ่าตัด รวมถึงการส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ (cardiac rehabilitation) ทุกคน เนื่องจากพบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจที่ผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจมีอันตราย ลดลงร้อยละ 25 เทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้ผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ เมื่อติดตามเป็นระยะเวลา 3 ปี

                วัตถุประสงค์ของการฟื้นฟู

1.       เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดระยะเวลาการอยู่ในโรงพยาบาล สามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น

2.       เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความรู้ในการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจซ้ำ

3.       เพื่อส่งเสริมการปรับตัวทางสังคม และทำให้มีสุขภาพจิตดี

4.       เพื่อก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตให้เหมาะสม กับภาวะโรคหัวใจของผู้ป่วย แต่ละบุคคล

การออกกำลังกายจะเริ่มเมื่อผู้ป่วยไม่มีภาวะดังนี้

1.       Unstable angina

2.       Resting SBP 180 mmHg  หรือ Resting DBP 110 mmHg

3.       Orthostatic blood pressure drop > 20 mmHg with symptom

4.       Critical aortic stenosis

5.       Dissecting aortic aneurysm

6.       Acute systemic illness or fever

7.       Uncontrolled aterial or  ventricular arrhythmias

8.       Uncontrolled sinus tachycardia ( >120 beats per minute)

9.       Uncompensated CHF

10.    Modurate to severe pulmonary congestion

11.    Third-degree A-V block (without pacemaker)

12.    Activepericarditis or myocarditis

13.    Recent embolism

14.    Thrombophlebitis

15.    Resting ST displacement (2 mm ) ;  3 mm if patient is taking digitalis

16.    Uncontrolled diabetes (resting blood glucose > 400 mg/dl)

17.    Severe orthopedic problems that would prohibit exercise

18.    Other metabolic problems such as acute thyroiditis, hypo-or hyperkalemia ,hypovolemia ,etc.

การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ แบ่งเป็น 4 phase

                Phase 1 (Inpatient cardiac rehabilitation)

                เป้าหมายเพื่อ ให้ผู้ป่วยเริ่มสามารถฟื้นตัวเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกายในระดับเบาๆได้ ป้องกันผลเสียจากการนอนพักนานๆ ได้แก่ thromboembolism , decrease joint range of motion , orthostatic hypotention , hyperventilation โดย Salin et al  รายงานว่าผู้ที่นอนพักตลอดเวลานาน 20 วัน พบว่ามี maximul stroke volume และ cardiac out put ลดลง และมี VO2 Max ลดลงร้อยละ 27นอกจากนี้ โปรแกรมการฟื้นฟูผู้ป่วยยังช่วยลดความวิตกกังวล ลดความเครียดของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ออกแรง หรือทำกิจกรรมต่างๆ ช่วยให้ผู้ป่วยมีความเชื่อมั่นในการช่วยเหลือตนเอง สามารถทำกายบริหาร และออกกำลังกายตามคำแนะนำเมื่อกลับบ้านได้อย่างมั่นใจ

ตารางการเดินออกกำลังในผู้ป่วยโรคหัวใจหลังกลับบ้าน

Week

Minimum Time

(mins)

Frequency distance (meters)

Per day

Pace

1

2

3

4

5

6

5-10

10-15

15-20

20-25

25-30

30

250

500

1000

1500

1500

2000

2

2

2

1-2

1-2

1-2

Stroll

Comfortable

Comfortable

Comfortable or stride out

Comfortable or stride out

Comfortable or stride out

                ระดับความหนัก (intensity of exercise) ของการฝึกให้การเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น 10-20 ครั้งต่อนาที และความดันซีสโตลิคสูงขึ้นไม่เกิน 20 mmHg หรือลดลงไม่เกิน 10-15  mmHg 

                โปรแกรมการฟื้นฟูในระยะที่ 1 มีความแตกต่างกันบ้าง โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7 วัน ผู้ป่วยจึงกลับบ้านโดยสามารถทำกิจกรรมระดับ 5 METs ได้ สำหรับผู้ป่วย acute MI  ท่าบริหารจะสามารถยกแขนสูงเหนือศีรษะได้ แต่ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ 1 สัปดาห์แรก ควรยกแขนสูงระดับไหล่เท่านั้น เพื่อไม่ให้แผลแยกที่บริเวณทรวงอก หลังจากนั้นจึงค่อยๆยกสูงขึ้นเหนือศีรษะได้

                สำหรับผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือดโคโรนารี่ โดยไม่ได้ใช้หัวใจเทียม จะมีการฟื้นตัวเร็วกว่าสามารถทำกิจกรรมได้ถึง 5 METs ประมาณวันที่  5  หลังจากการผ่าตัด

                ตัวอย่างการให้คำแนะนำการฝึกออกกำลังกายและการทำกิจกรรม

ระดับขั้น

ค่าออกซิเจนที่ใช้เป็น MET

การออกกำลังกาย

กิจกรรมที่ทำ

คำแนะนำต่อผู้ป่วยและญาติ

วันที่ 1

วันที่ 2

ระดับขั้น

 

 

 

 

 

 

 

1.0-1.2

1.2-1.5

ค่าออกซิเจนที่ใช้เป็น MET

 

 

 

 

 

 

 

หมุนข้อเท้าไปรอบๆ ทุกๆชั่วโมงขณะตื่น หายใจเข้าออกลึกๆ

หมุนข้อเท้า ยกไหล่ขึ้นลง งอเข่างอสะโพกในท่านอนราบ ทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2 เวลา

การออกกำลังกาย

 

 

 

 

รับประทานอาหารเองในท่านั่งพิงไขหัวเตียงสูง 45 องศา

นั่งเก้าอี้มีที่พักแขนและพนักพิง 20 นาที วันละ 3 ครั้ง ทำความสะอาด แปรงฟัน หวีผม ล้างหน้า

กิจกรรมที่ทำ

 

แนะนำการปฏิบัติใน CCU

อธิบายเรื่องโรคหัวใจ

คำแนะนำต่อผู้ป่วยและญาติ

 

 

 

 

 

วันที่ 3

วันที่ 4

วันที่ 5

วันที่ 6-7

วันที่ 8

ระดับขั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1.2-1.8

1.2-2.2

1.8-2.2

1.8-3.0

1.4-4.0

ค่าออกซิเจนที่ใช้เป็น MET

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมุนข้อเท้า ยกไหล่ขึ้นลง งอเข่างอสะโพกในท่านอนราบ ทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2 เวลา 

หมุนข้อเท้า ยกไหล่ขึ้นลง งอเข่างอสะโพกในท่านอนราบ ทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2 เวลา  เดินช้าๆประมาณ 10-15 เมตร

หมุนข้อเท้า ยกไหล่ขึ้นลง งอเข่างอสะโพกในท่านอนราบ ทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2 เวลา  เดินช้าๆประมาณ 10-15 เมตร ออกกำลังโดยการบิดตัวก้มตัว

เหมือนวันที่ 5

ก้มตัวถึงระดับเอวในท่ายืน 5 ครั้งวันละ 2 รอบ เดิน 100 เมตร วันละ ละ 2 รอบ

เดิน 100-150 เมตร ถ้าไม่มีอากรให้ทดสอบสมรรถภาพหัวใจแบบเพิ่มการใช้พลังงานทีละน้อย ถ้าทำได้เกิน 5 METsแนะนำให้กลับบ้านได้

การออกกำลังกาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โกนหนวด เช็ดตัว       นั่งรับประทานอาหารข้างเตียง

นั่งข้างเตียงได้ตามต้องการ เข้าห้องน้ำได้

เดินได้ตามต้องการ

นั่งเดินทำกิจวัตรเหมือนปกติที่บ้าน

กิจกรรมที่ทำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แนะนำการนับชีพจร

แนะนำกิจกรรมที่ทำได้

แนะนำอาหารการควบคุมปัจจัยเสี่ยงการใช้กิจกรรมต่างๆ

จับชีพจร บันทึกชีพจรก่อนและหลังการเดิน

แนะนำเรื่องการใช้ยา การมีเพศสัมพันธ์

คำแนะนำต่อผู้ป่วยและญาติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 10

เมื่อกลับบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

5 METs

เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามความสามารถของผู้ป่วย

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าได้น้อยกว่าหรือมีอาการ แพทย์อาจพิจารณาตรวจพิเศษเพิ่มเติม

ทำการทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งควรได้ประมาณ 5 METs หรือมากกว่า

แนะนำกิจกรรมที่ใช้พลังงานประมาณ 5 METs และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามความสามารถของแต่ละราย โดยใช้การทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกายเป็นแนวทางในการแนะนำ

 

 

 

การติดตามการรักษา การปฏิบัติเมื่อเกิดอาการที่บ้าน

Phase 2 (Outpatient cardiac rehabilitation)

                เป็นระยะที่ 2 ของการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ มักเริ่ม 3-6 สัปดาห์ หลังจากออกจากโรงพยาบาล โปรแกรมการฟื้นฟูหัวใจควรเป็น comprehensive rehabilitation program ประกอบด้วย การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคและการบริหารยา การออกกำลังกาย การแนะนำโภชนาการ การควบคุมความเครียด การเลิกบุหรี่ การควบคุมความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง เป็นต้น การฟื้นฟูอาจทำได้โดยให้ผู้ป่วยออกกำลังกายเองที่บ้านตามคำแนะนำของแพทย์ หรืออาจมารับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่โรงพยาบาล เป็นระยะเวลาประมาณ  4-12 สัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่ควร monitor ECG ขณะออกกำลังกาย ซึ่งจะมีทีมแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ และนักจิตวิทยา ร่วมกันดูแลผู้ป่วย และมักมีการสอนเทคนิคการลดความเครียด เช่น relaxation exercise , music therapy , resistance exercise ร่วมกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิค (aerobic exercise)  เช่น การยกน้ำหนักเพื่อเพิ่มความแข็งของกล้ามเนื้อแขนและขา การฝึกออกกำลังกายใน Phase 2 นี้มุ่งหวังให้ผู้ป่วยมีสมรรถภาพร่างกายสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

                ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ควรติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย ได้แก่

1.       ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจหลอดเลือดโคโรนารี่อย่างรุนแรง และมีความผิดปกติบ่งบอกว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จากการตรวจสมรรถภาพหัวใจ

2.       ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย ที่มีภาวะแทรกซ้อนของหัวใจวาย หรือการเต้นของหัวใจผิดจังหวะรุนแรง

3.       ผู้ป่วยที่มีประวัติ sudden cardiac death

4.       ผู้ป่วยไม่สามารถตรวจวัดชีพจรของตนเองในขณะที่ออกกำลังกาย

5.       ผู้ป่วยที่มีความดันซิสโตลิกลดลงในขณะออกกำลังกาย

6.       ผู้ป่วยที่มีปัญหาหัวใจเต้นผิดปกติรุนแรง หรือหัวใจเต้นผิดปกติในขณะออกกำลังกาย

7.       ผู้ป่วยที่มีปัญหาการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้าย (left ventricular ejection fraction) ต่ำกว่าร้อยละ 30

แพทย์อาจมีการประเมินสมรรถภาพผู้ป่วยก่อนเข้า Phase 2 โดยการทดสอบสมรรถภาพหัวใจ โดยการเดินสายพานหรือปั่นจักรยาน (exercise stress test) เพื่อดูผลของการรักษาเพื่อตรวจวัดสมรรถภาพหัวใจและใช้ติดตามประเมินสมรรถภาพหัวใจเป็นระยะ หรืออาจใช้แบบสอบถามซึ่งสามารถบอก functional capacity (The specific activity Questionire) ดังนี้

ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่างๆดังนี้โดยไม่หยุดพัก และไม่มีอาการผิดปกติขณะทำ

MET

1.       แต่งตัวโดยไม่หยุดพัก

2.       ทำงานเบาๆ (กวาดบ้าน ถูพื้น)

3.       เดินลงบันไดเองโดยไม่ต้องหยุดพัก

4.       ทำงานบ้าน (ตากผ้า ล้างรถ)

5.       ทำงานสวนง่ายๆ (ปลูกต้นไม้ กวาดใบไม้)

6.       เข็นรถตัดหญ้า

7.       เดินเร็ว (4 กม./ชั่วโมง) เล่นกอล์ฟ

8.       ทำสวน ขุดดิน

9.       ยกของหนัก 8 กก. ขึ้นบันได 8 ขั้น

10.    ยกของหนัก 10 กก. ขึ้นบันได 8 ขั้น

11.    เล่นกีฬาว่ายน้ำ, jogging (8 กม./ชั่วโมง) ,ขี่จักรยาน(17 กม./ชั่วโมง)  

2.00

2.50

3.00

3.25

4.25

4.50

4.75

5.50

6.00

7.00

9.00

Phase 3 ระยะฟื้นฟูสมรรถภาพซึ่งต่อเนื่องจากระยะที่ 2

ผู้ป่วยควรติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด มักนัดตรวจทุกๆ 1-3 เดือน สามารถออกกำลังกายที่บ้านได้อย่างปลอดภัย การประเมินผู้ป่วยที่มีความพร้อมที่จะออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องอยู่ในความควบคุมของบุคลากรทางการแพทย์ (unsupervised exercise) จากขอบ่งชี้ดังนี้

1.       ไม่มีอาการหรืออาการแสดงที่ผิดปกติ ขณะออกกำลังกาย

2.       อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตขณะพักอยู่ในเกณฑ์ปกติ

3.       มีการตอบสนองของระบบหัวใจ และหลอดเลือดเป็นปกติ ต่อการออกกำลังกาย

4.       คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในขณะออกกำลังกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ

5.       มีความรู้เรื่องโรค อาการผิดปกติ ปัจจัยเสี่ยง และสามารถปรับพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆได้

6.       สามารถออกกำลังกายด้วยตนเองอย่างปลอดภัย

7.       Functional capacity  8 METs หรือเป็น 2 เท่าของการประกอบอาชีพ

Phase 4  Maintenance phase

ระยะนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยคงการออกกำลังกายในระยะเดิมไว้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถคงสมรรถภาพหัวใจให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แพทย์จะนัดติดตามผลการรักษาห่างขึ้น ประมาณทุก 6 เดือน – 1 ปี โดยเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ แนะนำ 3-5 ครั้ง ต่อสัปดาห์นานต่อเนื่องกัน 20-40 นาที จะทำให้ร่างกายปรับตัวโดยมีการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันดีขึ้น สามารถนำออกซิเจนมาใช้สร้างพลังงานและหัวใจบีบตัวมีระสิทธิภาพเพิ่มขึ้น rate pressure product  (heart rate x systolic blood pressure) ลดลง ทำให้ผู้ป่วยมีความทนทานในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น คือ อาการเหนื่อยลดลง สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้มากขึ้น ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

สรุป ความสำคัญของการประสบผลสำเร็จในการฟื้นฟูหัวใจนั้น อยู่ที่ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิต ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและผู้ป่วยสามารถประกอบอาชีพได้ และอยู่อย่างมีความสุขในสังคมต่อไป

                                                               

หนังสืออ้างอิง

          วรมนต บำรุงสุข. บทบาทขั้นตอนการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ. ใน วรมนต บำรุงสุข. การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ โรคหลอดเลือดโคโรนารี่, กรุงเทพฯ: L.T.Press Co.Ltd, 2548; 68-75.

          วิไลวรรณ นุชศรี. การพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือหัวใจ. ศูนย์หัวใจสิริกิตติ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, โรงพิมพ์คลังนานาธรรม, 2546; 73-8.

          สุวรรณี จรุงจิตอารี. กายภาพบำบัดในโรคทรวงอก, กรุงเทพ: สมานมิตรการพิมพ์; 2530.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาบทความ©นาง กรรณิการ์ สีชมภู

     
 
ความคิดเห็นที่ 1. โดย : Email : [ ttxsal@gmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-15 22:25:43

Hi!dyuo! http://jyfhlofs.com wiypa ggnyn http://nviisjih.com xsuna rpujb http://lezcminm.com abunc tsqws http://oicaynmt.com vvwjy vbwmx http://ydcisaze.com ajnqn zkmrj

ความคิดเห็นที่ 2. โดย : Email : [ ksjfje@gmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-15 22:25:59

Hi! jaizs nmbdx xxudf tlwfb liqbc niino ovjgd kznqr owkoi huwiw

ความคิดเห็นที่ 3. โดย : Email : [ peqgqu@gmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-15 22:26:12

Hi! ypscs oozds kevlb msxqw cbiri idvai pzqsc vrkay

ความคิดเห็นที่ 4. โดย : Email : [ ativan@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-15 23:43:19

Hi! valium ambien ativan meridia xanax

ความคิดเห็นที่ 5. โดย : Email : [ hydrocodon@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 00:05:24

Hi! adipex diazepam vicodin hydrocodone ativan

ความคิดเห็นที่ 6. โดย : Email : [ meridia@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 00:28:20

Hi! ativan meridia phentermine ambien xanax

ความคิดเห็นที่ 7. โดย : Email : [ buyambieno@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 05:33:28

Hi! buy ambien online

ความคิดเห็นที่ 8. โดย : Email : [ buymeridia@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 05:34:13

Hi! buy meridia online

ความคิดเห็นที่ 9. โดย : Email : [ buyvaliumo@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 05:34:50

Hi! buy valium online

ความคิดเห็นที่ 10. โดย : Email : [ buyxanaxon@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 05:35:28

Hi! buy xanax online

ความคิดเห็นที่ 11. โดย : Email : [ buyativano@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 05:36:00

Hi! buy ativan online

ความคิดเห็นที่ 12. โดย : Email : [ xanax@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 12:25:40

Hi! phentermine xanax meridia valium ambien

ความคิดเห็นที่ 13. โดย : Email : [ actos@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 16:54:36

Hi! actos aleve fosamax voltaren augmentin

ความคิดเห็นที่ 14. โดย : Email : [ geodon@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 17:18:41

Hi! geodon lasix altace remeron allegra

ความคิดเห็นที่ 15. โดย : Email : [ coreg@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 17:40:44

Hi! lamisil zithromax diflucan toradol coreg

ความคิดเห็นที่ 16. โดย : Email : [ zantac@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 18:01:45

Hi! reglan elavil zofran zantac claritin

ความคิดเห็นที่ 17. โดย : Email : [ actonel@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 18:24:33

Hi! xenical evista actonel avapro enalapril

ความคิดเห็นที่ 18. โดย : Email : [ zanaflex@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 18:46:33

Hi! diltiazem trileptal requip zanaflex macrobid

ความคิดเห็นที่ 19. โดย : Email : [ digitek@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 19:08:35

Hi! digitek tegretol relafen maxalt avalide

ความคิดเห็นที่ 20. โดย : Email : [ fosamax@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 19:54:31

Hi! augmentin actos aleve fosamax voltaren

ความคิดเห็นที่ 21. โดย : Email : [ altace@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 20:17:30

Hi! altace remeron geodon allegra lasix

ความคิดเห็นที่ 22. โดย : Email : [ coreg@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 20:40:29

Hi! coreg diflucan zithromax toradol lamisil

ความคิดเห็นที่ 23. โดย : Email : [ zofran@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 21:02:39

Hi! zofran reglan claritin elavil zantac

ความคิดเห็นที่ 24. โดย : Email : [ avapro@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 21:25:32

Hi! xenical evista avapro actonel enalapril

ความคิดเห็นที่ 25. โดย : Email : [ diltiazem@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 21:48:34

Hi! trileptal zanaflex macrobid diltiazem requip

ความคิดเห็นที่ 26. โดย : Email : [ tegretol@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 22:10:32

Hi! tegretol digitek relafen avalide maxalt

ความคิดเห็นที่ 27. โดย : Email : [ augmentin@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 23:24:44

Hi! voltaren aleve actos fosamax augmentin

ความคิดเห็นที่ 28. โดย : Email : [ geodon@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-16 23:47:35

Hi! remeron lasix altace allegra geodon

ความคิดเห็นที่ 29. โดย : Email : [ lamisil@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-17 00:08:26

Hi! zithromax toradol lamisil coreg diflucan

ความคิดเห็นที่ 30. โดย : Email : [ zofran@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-17 00:29:31

Hi! elavil zofran claritin zantac reglan

ความคิดเห็นที่ 31. โดย : Email : [ avapro@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-17 00:51:36

Hi! actonel xenical enalapril evista avapro

ความคิดเห็นที่ 32. โดย : Email : [ macrobid@hotmail.com ] เมื่อเวลา :2008-12-17 01:12:31

Hi! diltiazem requip trileptal zanaflex macrobid



เชิญแสดงความเห็น

คำตอบ หรือ ข้อคิดเห็น
ตอบกระทู้ โดย คุณ
Email
แนบ File หรือ รูปภาพ

โปรดตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีช่องว่าง
 
รหัสยืนยัน (5 ตัว)


ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประพันธ์บทความหรือผู้ดำเนินการเว็บไซต์นี้ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
ผู้ประพันธ์บทความนี้ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
     
 
     
     
เนื้อหาภายในเวปไซต์
Interesting Link

L10 Web Stats Reporter 3.15 LevelTen Hit Counter - Free PHP Web Analytics Script
LevelTen dallas web development firm - website design, flash, graphics & marketing