นมแม่แน่ที่สุด

โดย นาง ชุติมณฑน์ พันศิริ

Post : 03/06/2551 13:49      Last Update: 03/06/2551 13:49      Total View: 2693
 
     

 การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เรียบเรียงโดย นางชุติมณฑน์  พันศิริ

1.-ถ้ามีนโยบายสนับสนุนจากสถานที่ทำงาน ก็จะมีมุมบีบเก็บน้ำนมที่สะดวกขึ้น
2.-ถ้าสถานที่ทำงานใกล้บ้านก็ยิ่งสะดวกกับการให้นมแม่ (เดิน-ไป-กลับ)
3.-การนำความรู้มาปรับเทคนิคการกระตุ้นน้ำนมก็ช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอได้ เช่นการถ่ายรูปและอัดเสียงลูกไปฟังเมื่อต้องห่างกัน
4.-เจ้าหน้าที่เข้าให้คำแนะนำ และสร้างความตระหนักก็ช่วยให้ลดความยุ่งยากในการบีบเก็บน้ำนมได้ เช่น การมีสถานที่บีบเก็บ การเก็บน้ำนมแม่ในห้องน้ำ, ห้องพัก
5.
______1.jpg
-คุณแม่ที่ทำงานนอกบ้าน / เลี้ยงลูกเองก็ไม่ต่างกันถ้าตั้งใจจะให้นมแม่ สามารถทำสำเร็จได้เท่ากัน
 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เรียบเรียงโดย นางชุติมณฑน์  พันศิริ
บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ______3.jpg
1. มีนโยบายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นรายลักษณ์อักษรที่สื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกคนได้เป็นประจำ
2. ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกคนให้มีทักษะที่จะนำนโยบายนี้ไปปฏิบัติ
3. ชี้แจงให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนทราบถึงประโยชน์และวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
4. ช่วยแม่เริ่มให้ลูกดูดนมภายในครึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด


5. แสดงให้แม่รู้วิธีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และวิธีให้น้ำนมยังคงมีปริมาณพอเพียงแม้ว่าแม่และลูกจะต้องแยกกัน
6. อย่าให้อาหาร น้ำหรืออาหารอื่นแก่เด็กแรกคลอดนอกจากนม แม่ เว้นแต่จะมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
7. ให้แม่และลูกอยู่ในห้องเดียวกันตลอด 24 ชั่วโมง
8. สนับสนุนให้ลูกได้ดูดนมแม่ทุกครั้งที่ลูกต้องการ
9. อย่าให้ลูกดูดหัวนมยางและหัวนมหลอกหรือหัวนมปลอม
10. ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และส่งแม่ไปติดต่อกลุ่มดังกล่าวเมื่อออกจากโรงพยาบาลหรือคลีนิค

ความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
1. ผลดีต่อลูก
- ได้รับสารอาหารครบถ้วน สมดุลย์ และพอเหมาะแก่ความต้องการของทารก
- ได้รับสารอื่นนอกเหนือจากสารอาหารที่จะช่วยในการเจริญ เติบโตของร่างกาย เช่นฮอร์โมน เอนซัยม์ GROWTH FACTOR
- ได้รับภูมิคุ้มกันโรคและสารต่อต้านเชื้อโรค
- ลดอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้
- ได้รับความรักความอบอุ่นและความเอาใจใส่จากแม่
- ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานในเด็ก
2. ผลดีต่อแม่
- มดลูกหดตัวเร็ว เข้าอู่เร็วขับน้ำคาวปลาได้ดีจากOXYTOCIN
- ทำให้มีความเป็นแม่มากขึ้น
- ทำให้รูปร่างกลับคืนดีเร็วจากการใช้ไขมันมาสร้างน้ำนม
- ทำให้ระยะท้องว่างระหว่างตั้งครรภ์ยาวขึ้น
- ไม่เสียเวลา น้ำนมมีพร้อมที่จะให้เสมอ อุณหภูมิพอเหมาะ
- ประหยัดรายจ่ายของครอบครัว
- ช่วยให้ลดอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ในแม่ลง

ส่วนประกอบของน้ำนมแม่
แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
1. หัวน้ำนม ( COLOSTRUM ) มีสีเหลืองข้น จำนวนไม่มากออกมาในระยะแรกๆหลังคลอด ประกอบด้วย
- สารBETA-CAROTENE ทำให้น้ำนมมีสีเหลืองเปลี่ยนเป็น VITAMIN A ได้
- โปรตีน ส่วนใหญ่เป็น SECRETARY IgA เป็นภูมิคุ้มกันโรค
- วิตะมินที่ละลายในไขมัน
- เกลือแร่ที่มี Zn , Na , K มากกว่านมแม่ระยะหลัง
- น้ำตาล ไขมัน วิตะมินละลายน้ำน้อยกว่าระยะหลัง
2. น้ำนมระยะปรับเปลี่ยน ( TRANSITIONAL MILK ) เป็นน้ำนมที่ออกมาช่วงระหว่างหัวน้ำนมจนเป็นน้ำนมแม่ ตั้งแต่วันที่ 7-10 หลังคลอดไปจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอด
3. น้ำนมแม่ ( MATURE MILK ) ประกอบด้วย
- น้ำ 87% เพียงพอกับความต้องการของเด็ก
- โปรตีน มี 0.9% โดยเป็นCasein 30-40 %และ Wheyที่ละลายน้ำได้ 70-80% ( Whey ประกอบด้วย Alpha-lactalbumin และโปรตีนที่ช่วยต่อต้านเชื้อโรค ได้แก่ Lactoferin , Lysozyme , Secretary IgA)
- ไขมัน มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากกว่าอิ่มตัว และมีกรดไขมันที่จำเป็น คือLinoleic acid และ Arachidonic acid และยังมี Prostaglandin ( ช่วยย่อยอาหารและการเจริญของเซลลำไส้ )
- คาร์โบไฮเดรต มี Lactose และ Oligosaccharide
- วิตะมิน ที่ละลายในไขมันเพียงพอส่วนที่ละลายในน้ำถ้าแม่ขาดในน้ำนมก็อาจขาดได้
- เกลือแร่ จะมีน้อยกว่าในนมผสมทุกชนิดแต่เพียงพอกับความต้องการของทารก
- เอนซัยม์ เช่น Protease , Antiprotease ,Amylase , Lipase
- ฮอร์โมน เช่น GnRH , GRF , TRH , TSH
- สารควบคุมการเจริญเติบโต ( GROWTH FACTOR ) ได้แก่ EGF , IGF-I ,HMGFI,II,III,
NGF

ข้อแตกต่างระหว่างนมแม่กับนมผสม(นมวัว)

นมแม่ นมผสม
1. มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 87% 1. อยู่ในสภาพแห้งเป็นผงต้องผสมน้ำ
2. สัดส่วนโปรตีนเวย์ค่อเคซีนเป็น70:30 2. สัดส่วนโปรตีนเวย์ค่อเคซีนเป็น70:30ย่อยยาก
จะย่อยง่าย
3. มีโปรตีนรวม0.9% 3. มีโปรตีน3.2%มากเกินความจำเป็น
4. ไม่มีโปรตีนที่ทำให้แพ้ 4. มีโปรตีนที่ทำให้เด็กแพ้นมได้
5. สัดส่วน Methionine:Cysteine ต่ำ 5. สัดส่วนMethionine:Cysteineสูง
6. มีTaurine 6. ไม่มีTaurine
7. สัดส่วนแคลเซี่ยมต่อโปแตสเซี่ยมสูง 7. สัดส่วนแคลเซี่ยมต่อโปแตสเซี่ยมต่ำ ลดการดูดซึม แคลเซี่ยม
8. มีLactoferinช่วยจับเหล็กให้แบคทีเรีย 8. เติมเหล็กเข้าไปมากจนมีผลให้แบคทีเรียเพิ่มมากเกินใช้ ทำให้ท้องเสียได้ง่าย
9. มีเกลือน้ำดีช่วยให้ย่อยง่ายและดูดซึมได้ดี 9.ไม่มี
10.มีProstaglandineช่วยเพิ่มการเคลื่อน 10.ไม่มี
ไหวของลำไส้

ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ยอมให้ทารกได้รับสารอาหารอื่นแทนนมแม่
1. ทารกที่น้ำหนักตัวต่ำกว่า1,000 กรัมหรืออายุครรภ์น้อยกว่า 32 สัปดาห์
2. ทารกที่ Dysmaturity มากๆ
3. ทารกที่แม่เจ็บป่วยหนัก
4. ทารกที่มีความผิดปกติทางเมตะบอลิซึ่ม
5. ทารกที่มีการสูญเสียน้ำอย่างเฉียบพลัน
6. ทารกที่แม่ได้รับยาบางอย่างที่ห้ามให้นมบุตร

ปัญหาที่อาจพบในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
น้ำนมมีมากเกินไป
1.ให้บีบเอาน้ำนมออกบางส่วนแล้วจึงให้ลูกดูดนมแม่
2.ให้ลูกดูดนมแม่ข้างเดียวในแต่ละครั้ง
3.ให้ลูกนอนคว่ำดูดนมแม่
เต้านมคัดตึง
1.เทคนิคให้ดูดนมแม่ถูกต้อง
2.ให้ลูกดูดนมแม่ให้บ่อยๆและสม่ำเสมอ
3.ก่อนให้นมควรให้แม่อาบน้ำหรือประคบเต้านมด้วยน้ำอุ่นจัดๆ
4.นวดเต้านมเบาๆบีบเอาน้ำนมออกจากเต้านมจนบริเวณลานหัวนมนุ่มจึงให้ลูกดูดนม
5.กระตุ้นการหลั่งน้ำนมโดยการใช้หวีเสนียดหวีเบาๆจากฐานเต้านมไปที่ปลายหัวนม
6.หลังให้ลูกดูดนมประคบด้วยผ้าเย็น นวดบริเวณต้นคอและหลัง
7.ใช้ประทุมแก้วครอบหัวนมสวมทับด้วยเสื้อยกทรงที่มีขนาดพอดีไม่คับ
8.ให้ยาระงับปวดถ้าจำเป็น
หัวนมแตก
1.ให้ลูกดูดนมให้ถูกวิธี
2.ไม่ดึงหัวนมออกจากปากลูกขณะที่ยังดูดนมอยู่ ถ้าจำเป็นให้สอดนิ้วเข้ามุมปากระหว่างเหงือกและกดใต้คาง พอลูกอ้าปากจึงถอนหัวนมออก
3.ให้ลูกดูดบ่อยๆสม่ำเสมอ
4.ให้ลูกดูดนมต่อไปโดยดูดข้างที่ไม่มีแผลก่อนเสมอ
5.ถ้ามีเลือดออกควรงดก่อน 1-2วัน ให้บีบน้ำนมจากเต้าด้วยมือใส่ถ้วยป้อน
6.ใช้น้ำนมที่หลั่งช่วงหลังทาบริเวณหัวนมที่แตกหรือเป็นแผล ปล่อยให้แห้งจึงสวมเสื้อยกทรง ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมหรือยาทา
7.ควรใช้ประทุมแก้วครอบหัวนมป้องกันการเสียดสีกับเสื้อผ้า
หัวนมสั้น
1.ก่อนให้ลูกดูดนมใช้นิ้วจับหัวนมดึงยืดออกแล้วปล่อย ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
2.ควรอุ้มลูกให้กระชับอก ให้ลูกคาบหัวนมให้ลึกจนเหงือกกดบริเวณลานหัวนม
3.ควรใช้ประทุมแก้วครอบหัวนมตลอดเวลาตั้งแต่ตรวจพบ
เต้านมอักเสบ
1.ให้ลูกดูดต่อไปในข้างที่ไม่มีอักเสบ
2.ประคบด้วยน้ำอุ่นและนวดเบาๆควรบีบบ่อยๆ วันละหลายๆครั้ง
3.ถ้าไม่ให้ลูกดูด ให้บีบน้ำนมด้วยมือแล้วนำไปป้อนลูกด้วยช้อน
4.ให้ยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวด
เต้านมเป็นฝี
1.งดให้ลูกดูดนมข้างที่เป็นฝี โดยให้ลูกดูดนมอีกข้าง
2.พบแพทย์เพื่อผ่าเอาหนองออก
เด็กปากแหว่งเพดานโหว่
1.อธิบายให้แม่ทราบถึงกลไกการดูดนมของลูก
2.ให้แม่ทดลองสอดนิ้วใส่ปากลูกทดสอบการดูดของลูก
3.แนะนำการให้นมลูกด้วยช้อนหรือแก้ว
เด็กไม่ยอมดูดนม
1.เด็กสับสน
2.เด็กปากเป็นแผล
3.แม่อุ้มลูกในท่าที่ไม่ถนัด
4.รูจมูกลูกอุดตันจากการเป็นหวัด

วิธีช่วยให้น้ำนมมีมาก
1.ให้ลูกดูดนมแม่อย่างเดียวและดูดเร็วที่สุดหลังคลอดภายในครึ่งชั่วโมง
2.ให้แม่ดื่มนม น้ำผลไม้หรือน้ำเปล่า 1 แก้วก่อนให้นมลูกทุกครั้ง
3.ให้แม่พักผ่อนอย่างเต็มที่
4.ไม่ให้แม่อดอาหารและให้ได้รับสารอาหารให้ครบถ้วน
5.เจ้าหน้าที่ให้กำลังใจและความมั่นใจ
6.แม่ควรได้รับการเตรียมพร้อมตั้งแต่ระยะการฝากครรภ์
7.ให้สามีและญาติช่วยให้กำลังใจ
8.ให้ลูกดูดนมแม่อย่างเดียว 4-6 เดือน
9.ให้ลูกอยู่กับแม่24ชั่วโมงหลังคลอด

เหตุผลที่ให้ลูกดูดนมแม่ภายในครึ่งชั่วโมงหลังคลอด
1.เป็นระยะที่ลูกตื่นตัวที่สุด
2.กระตุ้นให้เกิดความผูกพันทางจิตใจระหว่างแม่และลูก
3.กระตุ้นให้แม่เกิดความเป็นแม่มากขึ้น
4.ให้เชื่อโรคที่ผิวหนังลูกเป้นเชื้อดรคที่มาจากผิวหนังแม่เพราะแม่จะสร้างภูมิคุ้มกันผ่านมาทางน้ำนม
5.ให้ลูกได้รับสารต่อต้านเชื้อโรคและภูมิคุ้มกันโรคผ่านทางน้ำนม
6.กระตุ้นให้แม่สร้างน้ำนมฃดดยเร็วเพื่อให้น้ำนมพอแก่ความต้องการของลูก
7.ทำให้ลำไส้ลุกมีเชื้อจุลินทรีย์ขึ้นเร็วช่วยขับถ่ายสารที่ทำให้ตัวเหลือง

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับการเลี้ยงลุกด้วยนมแม่
1.ดูดเร็ว คือให้ลูกดูดนมแม่หลังคลอดโดยเร็วโดยให้ดูดภายในครึ่งชั่วโมงหลังคลอด
2.ดูดบ่อยคือการให้ลูกดูดนมได้ตามที่ลูกต้องการถ้าลูกหลับเกิน 3 ชั่วโมงให้ปลุกขึ้นมาดูดนม
3.ดูดถูกวิธี -ท่าดูดนม ให้แม่นอนหรือนั่งในทาสบาย ให้ปากลูกอยู่ระดับเดียวกับหัวนมแม่ ให้ตัวลูกและหน้าลูกตะแคงทำมุมรับกับหัวนมแม่ ทอดลำตัวให้ศีรษะอยู่สูงกว่าก้นเล็กน้อยและควรให้ศีรษะตรงกับลำตัวหรือก้มเล็กน้อย ให้แม่พยุงเต้านมโดยให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบนของเต้านม ส่วนอีกสี่นิ้วคอยประคองเต้านมอยู่ด้านล่าง ปรับนิ้วให้หัวนมทำมุมให้เหมาะกับปากลูกที่สุดแล้วใช้หัวนมเขี่ยที่ริมฝีปากล่างของลูกเบาๆ ลูกจะอ้าปากรอรับ รีบกอดตัวลูกกระชับเข้ามาจนท้องลูกแนบกับท้องแม่พร้อมกับสอดหัวนมให้เข้าปากลูกให้ลึกจนมิดลานหัวนม
-การดูด ให้ลูกอมจนมิดลานหัวนม ใช้เหงือกกดเข้าออกบริเวณลานหัวนมเป็นระยะเพื่อกดงับให้น้ำนมไหลเข้าปากตัวเอง ลิ้นลูกที่อยู่ใต้ลานหัวนมและหัวนมนั้นจะรีดให้น้ำนมไหลเข้าปากอีกทางหนึ่งด้วย

องค์ประกอบที่มีผลกระทบต่อการสร้างและหลั่งน้ำนม
1.ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ มารดาจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอทั้งทางร่างกายและจิตใจ
2.ขาดการกระตุ้นเต้านมที่ถูกต้องเช่นดูดนมไม่ถูกวิธี ดูดไม่บ่อยหรือสม่ำเสมอ การใช้หัวนมปลอม
3.ยาและสารบางอย่าง เช่น เอสโตรเจน แอนโดรเจน โบรโมคริปทีน
4.ภาวะที่ทำให้การให้นมบุตรน้อยลงเช่นมารดาไม่สบายหรือได้รับยาที่ต้องหยุดให้นมชั่วคราว การให้น้ำ นมผสม อาหารอื่นร่วมด้วยหรือมารดาออกไปทำงานนอกบ้าน
5.ภาวะความผิดปกติของเด็ก ทำให้เด็กไม่สามารถดูดนมได้
6.ภาวะเต้านมคัดตึงอย่างรุนแรงทำให้เต้านมเสียหน้าที่เนื่องจากมีน้ำนมคั่งมาก ทำลายเซลล์สร้างน้ำนม
7.ภาวะทุพโภชนาการของแม่มีส่วนทำให้การหลั่งน้ำนมน้อยลง

การบีบน้ำนมจากเต้าด้วยมือ
ในเด็กที่มีปัญหาไม่สามารถดูดนมจากเต้านมแม่ได้เช่น เจ็บป่วยมาก คลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่มีความพิการทางปาก หรือแม่มีปัญหาที่เต้านม หรือต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แม่ควรบีบน้ำนมไว้สำหรับป้อนลูก การบีบต้องถูกวิธีจึงจะมีน้ำนมออกและแม่ไม่รู้สึกเจ็บ ควรปฏิบัติดังนี้
1.แม่ล้างมือให้สะอาด นั่งให้สบาย
2.ถ้าเต้านมคัดตึงมากให้ประคบด้วยน้ำอุ่นจัดๆและนวดเบาๆ
3.วางปลายนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บนขอบลานหัวนม กดนิ้วทั้งสองเข้าหาลำตัวเล็กน้อยและบีบนิ้วเข้าหากันเป็นจังหวะๆ การบีบหากไม่มีน้ำนมออกมา ให้เปลี่ยนที่วางมือไปรอบๆลานหัวนมจะมีน้ำนมหยดหรืออาจพุ่งหรือออกมาเป็นสาย

การให้ยาระหว่างการให้นมบุตร
ยาที่ใช้ระหว่างการตั้งครรภ์และให้นมบุตรAmerican Academy of Pediatricsแบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ
1.ยาที่ห้ามใช้ในหญิงขณะให้นมบุตร
2.ยาที่ควรหยุดการให้นมบุตรชั่วคราวขณะใช้ยาดังกล่าว
3.ยาที่ใช้ได้ขณะให้นมบุตร
4.เป็นกลุ่มอาหารและสารแวดล้อมที่มีผลต่อการให้นมบุตร
ยาส่วนใหญ่ถูกจัดไว้ในกลุ่มที่สาม ส่วนยากลุ่มแรกและกลุ่มที่สองผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันดี ยาส่วนมากนำมาใช้ได้ในหญิงให้นมบุตรเพราะปริมาณยาที่ผ่านมาทางน้ำนมมีน้อยมากจึงไม่ทำให้เกิดพิษในเด็ก
ปัจจุบันมียาที่ห้ามใช้ในหญิงให้นมบุตร ดังนี้
-ยาต้านโรคมะเร็ง
-ยาที่เป็นสารกัมมันตรังสี
-ลิเธียม
-คลอแรมเฟนิคอล
-ฟีนิลบิวตาโซล
-อะโทรปีน
-เออร์กอตต์ อัลคาลอยด์

การคุมกำเนิดระหว่างให้นมบุตร
วิธีที่แนะนำ
-ถุงยางอนามัย ราคาไม่แพง ใช้ง่าย สะดวก อาการแทรกซ้อนน้อยมาก
-ห่วงอนามัย จะใส่หลังคลอดทันทีหรือ6สัปดาห์หลังคลอดก็ได้ เป็นการคุมกำเนิดที่ได้ผลดี ตั้งครรภ์น้อยกว่า 5 %
-Mini pill มีโปเจสโตรเจนอย่างเดียว ไม่มีผลต่อการหลั่งน้ำนม แต่มีราคาแพง
-ยาฉีดคุมกำเนิด มีผลให้ปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก สะดวกต่อการใช้ ผลต่อการคุมกำเนิดดี ตั้งครรภ์น้อยกว่า1-2%
-ยาฝังคุมกำเนิด ใช้สะดวก คุมกำเนิดได้ผลดี ไม่มีผลต่อการหลั่งน้ำนมและเด็ก

การคงสภาพให้น้ำนมมีอยู่ตลอดไป
ขบวนการที่ทำให้น้ำนมเกิดขึ้นตลอดเวลา ที่สำคัญอาศัยการกระตุ้นการดูดนมของทารก ทำให้เกิดกลไกการสร้างและหลั่งน้ำนมเช่นเดียวกับในระยะ Lactogenesis ดังนั้นเมื่อต้องการให้เต้านมมีการสร้างและหลั่งน้ำนมตลอดไป จึงต้องให้ทารกดูดนมบ่อยๆและสม่ำเสมอตราบที่ต้องการให้นมบุตร


เอกสารอ้างอิง
-เอกสารประกอบการอบรมเรื่อง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และการสา ธารณสุข กองอนามัยครอบครัว กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์ , 2536

______2.jpg

 


สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาบทความ©นาง ชุติมณฑน์ พันศิริ

     
 
ความคิดเห็นที่ 1. โดย : ซันซัน-สุขนิรันดร์ (แม่มือใหม่) เมื่อเวลา :2008-08-14 19:39:47

ขอบคุณที่ให้แนวทาง



เชิญแสดงความเห็น

คำตอบ หรือ ข้อคิดเห็น
ตอบกระทู้ โดย คุณ
Email
แนบ File หรือ รูปภาพ

โปรดตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีช่องว่าง
 
รหัสยืนยัน (5 ตัว)


ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประพันธ์บทความหรือผู้ดำเนินการเว็บไซต์นี้ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
ผู้ประพันธ์บทความนี้ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
     
 
     
     
เนื้อหาภายในเวปไซต์
Interesting Link

L10 Web Stats Reporter 3.15 LevelTen Hit Counter - Free PHP Web Analytics Script
LevelTen dallas web development firm - website design, flash, graphics & marketing